Inspiration

ออกแบบเสื้อผ้า เสื้อผ้า Creative fashion design inspiration

News

Fashion news ข่าวแฟชั่น ข่าววงการแฟชั่น Fashion design

Art History

ประวัติศาสตร์ศิลปะ ศิลปะตะวันตก ความเป็นมาของศิลปะยุคต่างๆ

Style

Style สไตล์ Style เสื้อผ้า Style สไตลิสต์ Stylish สไตล์ เสื้อผ้า

video

Fashion show แฟชั่นโชว์ เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้า แฟชั่นโชว์

Show Room

Fashion design แฟชั่นดีไซน์ Young designer ดีไซเนอร์ไทย

About fashion

แฟชั่น การตลาดแฟชั่น เกี่ยวกับแฟชั่น แฟชั่นดีไซน์

Accessories

แฟชั่น เครื่องประดับ ออกแบบเครื่องประดับ Jewelry design

Fashion graphic

ออกแบบเสื้อผ้า จากคอมพิวเตอร์ Fashion Computer Art

Fashion history

ประวัติศาสตร์แฟชั่น แฟชั่นยุดเก่า แฟชั่นย้อนยุค

Submitted by - on Sunday, 15 March 2009 | No Comment

นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์
ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์ใหม่
Neo-Expressionism

 neo-expressionism

กลางคริสต์ทศวรรษ 1970-กลาง 1980

เมื่อแรกใช้คำคำนี้ไม่ได้รับการบันทึกไว้ ครั้นปี 1982 มันก็ถูกใช้อย่างกว้างขวางสำหรับเรียกอธิบายศิลปะใหม่ๆจากเยอรมนีและอิตาลี

นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (Neo-Expressionism) เป็นคำเรียกที่กว้างมากและศิลปินที่ถูกเรียกก็ไม่ชอบใจที่ถูกเรียกอย่างนั้น (สื่อชอบที่จะเรียกว่าอย่างนั้น) นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ต่อต้าน คอนเซ็ปชวล อาร์ต (Conceptual Art) และต่อต้านที่พวก สมัยใหม่ (Modernist, โมเดิร์นนิสต์ หรือ Modern Art) ที่มักจะปฏิเสธภาพที่นำมาจากประวัติศาสตร์ศิลป์ ครั้งยังเป็นนักศึกษาพวกศิลปินเหล่านี้หันหลังให้กับคอนเซ็ปชวล อาร์ต (Conceptual Art) ซึ่งพวกเขาได้รับการสอนมาจากสถาบันศิลปะ

นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ได้สืบทอดวิธีการเขียนภาพบนขาหยั่งและการหล่อการแกะประติมากรรมจากแนวประเพณี พวกเขาหันไปหาพวกสมัยใหม่และก่อนสมัยใหม่สำหรับแรงบันดาลใจ พวกเขาละทิ้ง มินิมอลลิสม์ (Minimalism) และความเก๋ไก๋ของ คอนเซ็ปชวล อาร์ต

นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงแห่งยุค เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จาก สมัยใหม่ (Modernism) สู่ลัทธิ หลังสมัยใหม่ (Postmodernism)

ยากที่จะอธิบายบอกเนื้อหาของงาน นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ภาพต่างๆมาจากหลายแหล่ง จากข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์และฝันแบบ ลัทธิเหนือจริง (Surrealism) ไปจนถึงงานคลาสสิค (Classic) และวรรณกรรมราคาถูก

ศิลปินเยอรมันได้ปลุกเอาศิลปะ เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (Expressionism) ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เพื่อกอบกู้ความตกต่ำของศิลปวัฒนธรรมเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง จิตรกรอเมริกันอย่าง จูเลียน ชนาเบล (Julian Schnabel) ใช้ภาพจากประวัติศาสตร์ในการทำภาพส่วนตัวและ ซู โค (Sue Coe) ใช้งานจิตรกรรมในการวิจารณ์สังคม

นีโอ-เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ กลับมาหางานที่แสดงอารมณ์ในแนวเก่าและคนดูจะเข้าใจมากขึ้น และทำให้ตลาดศิลปะในปี 1980 คึกคัก และอเมริกาก็มิได้เป็นเจ้าของตลาดแต่เพียงผู้เดียว

ศิลปิน: เอลวิร่า แบช (Elvira Bach), มิเกล บาร์เซโล (Miguel Barcelo), จอร์จ บาเซลิทซ์ (Georg Baselitz), ชอง-มิเชล บาสเกีย (Jean-Michel Basquiat), โจนาธาน โบรอฟสกี้ (Jonathan Borofsky), ซานโดร เชีย (Sandro Chia), ฟรานเซสโก คลีเมนเต้ (Francesco Clemente), เชมา โคโบ (Chema Cobo), ซู โค (Sue Coe), โรเบิร์ต โคเลสคอตต์ (Robert Colescott), ลุยส์ ครูซ อซาเคตา (Luis Cruz Azaceta), เอนโซ คุชชี (Enzo Cucchi), เรเนอร์ เฟ็ทติง (Rainer Fetting), อีริค ฟิสซ์ (Eric Fischl), เจอราด การูสท์ (Gerard Garouste), แนนซี เกรฟส์ (Nancy Graves), คาร์ล โฮดิคเก (Karl Hodicke), จอร์ก อิมเมนดอร์ฟฟ์ (Jorg Immendorff), โอลิเวอร์ แจ็คสัน (Oliver Jackson), โรแบร์โต ฮัวเรซ (Roberto Juarez), อันเซล์ม คีเฟอร์ (Anselm Kiefer), เพอร์ เคิร์กบี (Per Kirkeby), คริสโตเฟอร์ เลอบรุน (Christopher LeBrun), โรเบิร์ต ลองโก (Robert Longo), มาร์คุส ลูเพิร์ทซ์ (Markus Lupertz), เฮลมุท มิดเด็นดอร์ฟ (Helmut Middendorf), มัลคอล์ม มอร์ลีย์ (Malcolm Morley), โรเบิร์ต มอร์ริส (Robert Morris), มิมโม พาลาดิโน (Mimmo Paladino), ไมค์ พารร์ (Mike Parr), เอ็ด พาสช์เก (Ed Paschke), เอ.อาร์.เพงค์ (A.R.Penck), เดวิด แซลลี (David Salle), ซาโลเม (Salome), จูเลียน ชนาเบล (Julian Schnabel), โฮเซ มาเรีย ซิซิเลีย (Jose Maria Sicilia), เอิร์ล สตาเลย์ (Earl Staley), โดนัลด์ ซัลตัน (Donald Sultan), ฮวน อูเซิล (Juan Usle)

Keywords:

Creative Commons License
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดย ดีไซเนอร์ ดอท ไอเอ็น ดอททีเฮช
อนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข แสดงที่มาและลิ้งค์ ไม่ใช้เพื่อการค้า ไม่ดัดแปลงต้นฉบับ

Comments are closed.