Inspiration

ออกแบบเสื้อผ้า เสื้อผ้า Creative fashion design inspiration

News

Fashion news ข่าวแฟชั่น ข่าววงการแฟชั่น Fashion design

Art History

ประวัติศาสตร์ศิลปะ ศิลปะตะวันตก ความเป็นมาของศิลปะยุคต่างๆ

Style

Style สไตล์ Style เสื้อผ้า Style สไตลิสต์ Stylish สไตล์ เสื้อผ้า

video

Fashion show แฟชั่นโชว์ เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้า แฟชั่นโชว์

Show Room

Fashion design แฟชั่นดีไซน์ Young designer ดีไซเนอร์ไทย

About fashion

แฟชั่น การตลาดแฟชั่น เกี่ยวกับแฟชั่น แฟชั่นดีไซน์

Accessories

แฟชั่น เครื่องประดับ ออกแบบเครื่องประดับ Jewelry design

Fashion graphic

ออกแบบเสื้อผ้า จากคอมพิวเตอร์ Fashion Computer Art

Fashion history

ประวัติศาสตร์แฟชั่น แฟชั่นยุดเก่า แฟชั่นย้อนยุค

Submitted by - on Wednesday, 4 March 2009 | 3 Comments

056

การตลาดที่ดีที่สุดในโลก ต้องคำนึงถึงคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเป็นสำคัญ

คำว่า “แฟชั่น” และ “การตลาด” เป็นคำที่สามารถใช้แทนกันได้ แน่นอนว่าแฟชั่นแบรนด์ไม่อาจหวังที่จะเดินทางไปกับการทำตลาดตัวเองโดยลำพัง ผู้บริโภคไม่ได้โง่ Jean-Jacques Picart ที่ปรึกษาด้านแฟชั่นแห่งปารีสบอกผมว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมให้คำแนะนำแบรนด์หรูมากมาย สิ่งหนึ่งที่ผมนั้นมั่นใจมาตลอด คือ คุณโกหกไม่ได้ คุณอาจจะพูดเกินจริงได้บ้าง คุณอาจเรียบเรียงความจริงได้บ้างแต่คุณหลอกลวงไม่ได้ การตลาดสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเปิดประตูเข้ามาในร้านแต่ถ้าลูกค้าสู้สึกว่าเสื้อที่ขายอยู่ในร้านดูน่าเกลียด เขาก็จะเดินออกไป วันนี้สินค้าทุกระดับต้องรักษาสมดุลระหว่างราคา คุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการสวมใส่ได้จริง หากตัวแปรตัวใดตัวหนึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ก็จะเกิดปัญหา ลูกค้าไม่ได้โง่นะ การตลาดที่ดีที่สุดต้องคำนึงถึงคนที่ยืนอยู่ที่หน้ากระจกเป็นสำคัญ”

นักการตลาดมักพูดกันว่าจำเป็นต้อง “สอน” ผู้บริโภค ที่จริงแล้วกระบวนการที่นักการตลาดต้องการอาจเป็นเพียงการ “ชักชวนให้ชื่อ” หรือไม่ก็ “เชื้อเชิญให้เห็นด้วย” มากกว่า การพูดว่าสอนผู้บริโภคดูเหมือนเป็นการกระทำแบบ “สะเออะ” ไม่ได้รับการเชื้อเชิญ อย่างไรก็ดีผู้บริโภคก็ถูกสอนอยู่ดี ในทุกครั้งที่ สัมภาษณ์โฆษณา คนพวกนี้มักบอกผมว่า ผู้บริโภคเป็นคนซับซ้อน ผู้บริโภคสามารถถอดรหัสการตลาดได้เร็ว และมีประสิทธิภาพ หากเนื้อหาในการสื่อสารไม่ได้ถูกนำเสนออย่างดีและมีสไลต์ ก็จะเป็นการทำร้ายแบรนด์ไปโดยไม่รู้ตัว

ผมคิดว่าผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นเป็นคนที่ซับซ้อนเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของคอเสื้อความสูงของรองเท้าบูท นั้นก็หมายความว่าจินตนาการเบื้องหลังแนวคิดเรื่องแฟชั่น เป็นอะไรที่ไม่สามารถทำแบบหยาบๆ วันนี้โฆษณาที่ดีที่สุดไม่เหมือนโฆษณาโดยสิ้นเชิง แคมเปญโฆษณาที่มีประสิทธิภาพที่สุดต้องเป็นโฆษณาที่อยู่ใต้เรดาร์ที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของโฆษณาแบบนี้กระทั้งทุกอย่างสายเกินไป หรือไม่ กลุ่มเป้าหมายก็จะชื่นชมในความสุขุมรอบคอบของแบรนด์จนยอมรับเป็นแฟชั่นไปในที่สุด


ผู้บริโภคฉลาดขึ้นทุกวัน และกลายเป็นคนที่เรียกร้องมากขึ้นทุกวัน หากแฟชั่นเป็นอะไรที่ไม่ใช่ของจริงไปแล้วล่ะ ก็จะเป็นไปได้อย่างไรที่ เสื้อผ้าจะถูกขายได้ในราคาที่สูงกว่าเดิมเป็นสี่เท่าเพียงเพราะมีโลโก้ นักช้อปปิ้งทุกคนต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เริ่มเหมือนคนที่ทำงานอยู่ในธุรกิจแฟชั่น ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานนี้ และสัมภาษณ์คนที่อยู่ในวงการแฟชั่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากคือ คนที่ทำงานในวงการนี้ไม่ได้เป็นคนที่ติดแฟชั่นเหมือนที่ผมเข้าใจ คนพวกนี้มีสไตล์ แต่ดูไม่ออกว่าเป็นคนที่เป็นเหยื่อแฟชั่น คนพวกนี้ใส่เสื้อที่ดูดี หรือไม่ก็ยีนส์แส้อยืด คนพวกนี้เข้าใจเป็นอย่างดีจนกระทั้งปฏิเสธที่จะตกเป็นเหยื่อ ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็คิดแบบนี้เช่นกัน ดีไซเนอร์อย่าง Alber Elbaz กล่าวว่า “ฉันคิดว่าการนำเสนอความอิสระ และสวยงามแบบไม่มีขีดจำกัดจะเดินหน้าต่อไปสำหรับกระแสแบบนี้”


แต่เทรนด์เหล่านี้ก็มีมากมาย ต่อไปนี้ผมจะกล่าวถึงพัฒนาการสำคัญ หก ประการที่เชื่อว่า น่าจะมีผลต่อแฟชั่นแบรนด์อย่างมาก


ผู้บริโภคในฐานะเป็นสไตลิสต์

วันวานที่ผู้บริโภคภัคดีต่อแบรนด์เป็นอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน ไม่มีใครในยุคนี้ต้องการที่จะแต่งกายหัวจรดเท้าด้วยเสื้อผ้าจากแหล่งเดียวกัน โลโก้เดียวกันอีกต่อไป ร้านเล็กๆ ขายสินค้าแบบไม่ธรรมดาหลายๆ แบรนด์พร้อมนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ การแต่งกายจะเป็นอะไรก็ได้ เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ บรรดานักช้อปก็จะถูกดึงเข้าสู่สภาพแวดล้อมแห่งการช้อปที่มีความเป็นตลาดมากกว่ามีความเป็นวิหารแห่งแบรนด์ การเกิดของแฟชั่นแบรนด์ประเภท “Fast-Fashion” หรือแฟชั่นด่วนอย่าง Zara, H&M และ Mango เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าที่นำสมัย ใช้แล้วทิ้งได้ หรือสามารถนำมาใส่ผสมกับเสื้อผ้าราคาแพง คลาสสิก ผู้บริโภคไม่ได้เพียงแต่ซื้อความเป็นดีไซน์แบรนด์ หรือความเป็นเชนสโตร์ หรือความเป็นของเก่า แต่ซื้อทุกอย่างรวมกัน พร้อมกับโยนทุกอย่างลงรวมกันในสไตล์ที่เรียกว่า “เป็นแบบเฉพาะตัว”


การตอบสนองและการทำให้เป็นของเฉพาะบุคคล

ในสายตาสไตลิสต์ ผู้บริโภคคือผู้ที่ถูกกระตุ้นให้แสวงหาทางเลือกที่มากกว่าเดิม ให้รับรู้ว่าสินค้าเปลี่ยนรูปแบบเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผ้าและการออกแบบมีลักษณะนำสมัยใหม่อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับตลาดบนหรือตลาดล่างวันนี้ความต้องการสิ่งที่เป็นต้นแบบดั่งเดิมทำให้เกิดการตัดเย็บแบบห้องเสื้อและวิธีนี้อาจเรียกว่า “egg factor” หรือตัวแปรไข่ ซึ่งหมายถึงยุคหนึ่งที่แป้งทำเค้กสำเร็จรูปถูกวางจำหน่ายแต่ไม่ได้รับการตอบรับอย่างไม่เชื่อมั่น แต่เมื่อสูตรทำเค้กถูกปรับปรุงจนกระทั่งการทำขนมต้องการเพียงแค่เติม “ไข่หนึ่งฟอง” ทุกอย่างก็เริ่มเดินหน้าอย่างรวดเร็วและไปได้ดี คนทั่วไปมักต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์หากผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าแฟชั่นหลักสามารถสร้างสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ได้แล้วนั้น ก็จะกลายเป็นกลไลทางการตลาดที่มีพลังเลยทีเดียว


การแต่งกายอย่างสมาร์ท

การเกิดขึ้นของ “เสื้อผ้าเก่าแบบเก่าไม่จริง” ( Faux vintage clothes )  ที่ให้เกียรติความเป็นของเก่าแห่งอดีตได้รับการกระตุ้น ส่วนหนึ่งโดยดีไซน์ตัดเย็บเสื้อผ้าแบบทันสมัยที่ทำให้เกิดการตัดเสื้อผ้าที่ง่ายต่อการเย็บ ผู้บริโภคจะยังคงเรียกร้องให้มีการทำเสื้อผ้าที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ใส่ง่ายขึ้น ไม่ต้องรีด นำหนักเบา สามารถเก็บใส่กระเป๋าและเดินทางถึงที่หมายได้โดยไม่มีรอยยับ การเกิดขึ้นของสายการบินต้นทุนต่ำทำให้เราเดินทางบ่อยขึ้น และเราก็ต้องการเสื้อผ้าที่ทำให้เราดูดีเมื่อเราเดินทางถึงที่หมาย พัฒนาการของวัตถุดิบที่สมาร์ทคือสิ่งที่ทำให้เรามีเสื้อผ้าที่สามารถตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนสีหรือควมชื้นได้ สามารถกลับมาอยู่ในรูปทรงเดิมหลังจากถูกม้วนเป็นก้อนกลม เสื้อผ้าสามารถเก็บข้อมูลได้ ไม่ได้เป็นสิ่งไกลเกินฝันอีกต่อไป ความสามารถในการทำงานต่างๆ ของเสื้อผ้าเหล่านี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นองค์ปนะกอบสำคัญของแบรนด์


แฟชั่นแบบมีจริยธรรม

แบรนด์อย่าง American Apparel,Enamore,Gossypium,People Tree ซึ่งจัดเป็นแบรนด์ปฏิเสธการว่าจ้างแรงงานทาส เป็นแบรนด์ที่ให้สัญญาประชาคมว่าจะไม่ทำธุรกิจบนความลำบากของผู้อื่น อีกทั้งจะใช้เฉพาะฝ้ายที่ไม่ฟอกย้อม เป็นแบรนด์ที่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากร้านค้าปลีกใหญ่ๆรายอื่นที่เสื้อผ้าผลิตโดยแรงงานในประเทศกำลังพัฒนา แม้การสื่อสารข้อมูลที่ผู้บริโภคต้องการจะทำให้แบรนด์ดูน่าสนใจขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรับประกันว่ายอดขายจะดี บริษัทเหล่านี้ยังจำเป็นต้องมีดีไซน์ที่ดีจับผิดไม่ได้เหมือนกับความมีจริยธรรมของแบรนด์


สร้างแบรนด์ผ่านอาคาร

ในโลกของคนรวยตะวันตกการช้อปปิ้งไม่ได้เป็นกิจกรรมเลือกซื้อสินค้าที่ถูกที่สุดอีกต่อไป ช้อปปิ้งกลายเป็นหนึ่งในความบังเทิงเฉกเช่นเดียวกับการไปชมภาพยนต์ ชมการแสดง หรือแม้แต่การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ แบรนด์ตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงนี้โดยการสร้างพื้นที่ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับพิพิธภัณฑ์ หรือ สวยสนุกมากกว่าที่จะเป็นร้านขายเสื้อผ้าธรรมดา สภาพแวดล้อมแบบนี้กลายเป็นบรรยากาศการช้อปปิ้งยอดนิยม กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยว เมื่อเดินทางมาเยือนประเทศที่ไม่คุ้นเคย หากแบรนด์ต้องการย้ำให้เห็นถึงกลยุทธ์การตลาดผ่านสถาปัตยกรรมเหล่านี้เพื่อที่จะทำตัวเองให้โดดเด่นหลุดออกจากโฆษณาที่มีอยู่มากมายจนทำให้โฆษณาของแบรนด์จมหายไปแล้ว แบรนด์ต้องทำให้ตัวเองแตกต่างจากร้านขายเสื้อผ้าราคาประหยัด ต้องกลายเป็นแบรนด์ที่ให้ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขแก่ผู้ซื้อ


วัยไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป

ผมรู้สึกรำคาญเพิ่มขึ้นเรื่อบๆ ขณะที่อายุย่างเข้าสี่สิบ โดยเฉพาะเวลาที่ต้งกรอกแบบฟอร์มอายุ ความรู้สึกรำคาญใจแบบนี้มักเกิดขึ้นเมื่อสมัครสมาชิกเวบไซต์ นี่ผมอายุ 25-35 หรือ ไม่ใช่แน่นอน ขอบใจที่ช่วยเตือน แต่ทุกวันนี้เรื่องแบบนี้บอกอะไรเราบ้าง อายุเลิกทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงสำหรับนักการตลาดไปนานแล้ว วันนี้คนอายุ 30 อาจจะดูเหมือนเป็นดีเจโสดชอบเล่นเสก็ตบอร์ด ขณะที่คนอายุ 25 อาจจะแต่งงานแล้วมีลูกสองคน แม่อาจไปช้อปกับลูกสาว พ่ออาจจะใส่ยีนส์แบรนด์เดียวกับลูก เหล่านี้มักจะมีผลต่อวิธีที่อุตสาหกรรมแฟชั่นที่ถูกครอบงำด้วยความเป็นวัยรุ่นสื่อสารไปยังลูกค้าของตน Style-Vision  ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบเทรนด์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “mood marketing” หรือการตลาดด้วยอารมณ์ ชี้ให้เห็นว่าการตลาดด้วยข้อมูลทางประชากรศาสตร์นั้นตายไปแล้ว


ศรีกัญญา มงคลศิริ
แปลและเรียบเรียงจาก FASHION BRANDS ( Brading style from Armani to Zara )
ผู้เขียน Mark Tungate

อยากจะหยิบบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ – เรื่องการตลาดแฟชั่น มาให้อ่านกันบ้างครับน่าสนใจมาก การตลาดแฟชั่น ปัจจุบันที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรง หลายๆคนรวมถึงผมด้วย

Keywords:

Creative Commons License
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดย ดีไซเนอร์ ดอท ไอเอ็น ดอททีเฮช
อนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข แสดงที่มาและลิ้งค์ ไม่ใช้เพื่อการค้า ไม่ดัดแปลงต้นฉบับ

3 Comments »

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

หากคุณต้องการแสดงรูป คุณสามารถ upload รูปของคุณได้ที่ หน้า Profile.

กรุณากรอก CAPTCHA Code ให้ตรงตามภาพ